เนื้อหาในหมวด ข่าว

เช็กด่วนในครัว! ชาม 3 ชนิด สวยแต่รูปจูบไม่หอม \

เช็กด่วนในครัว! ชาม 3 ชนิด สวยแต่รูปจูบไม่หอม "สารพิษ" เสี่ยงทำลายตับ-ไต

เตือนภัยคนรักสุขภาพ "ชาม 3 ประเภท" ที่หลายบ้านยังใช้อยู่ หารู้ไม่ว่าแฝง "สารพิษ" สะสมทำลายร่างกาย หากที่บ้านมีอยู่ควรพิจารณาเปลี่ยนด่วน

คนโบราณว่าไว้ "โรคภัยเข้าทางปาก" นั้นไม่ผิดเลย เพราะนอกจากอาหารการกินที่ต้องระวังแล้ว "ภาชนะ" ที่ใส่อาหารก็เป็นสิ่งที่สัมผัสกับร่างกายโดยตรง ดังนั้นการเลือกซื้อชามสักใบ ไม่ควรดูแค่ความสวยงาม แต่ "วัสดุ" คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องใส่ใจ

หลายคนมักให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ของจานชาม ลวดลายสวยงาม สีสันสดใส โดยไม่รู้เลยว่าความสวยงามเหล่านั้นอาจซ่อน "ยาพิษ" เอาไว้ และนี่คือรายชื่อชาม 3 ประเภทที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า "ไม่ปลอดภัย" และควรหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับสารพิษโดยไม่รู้ตัว

1. ชามสแตนเลสราคาถูก

หลายครอบครัวนิยมใช้ "ชามสแตนเลส" เพราะดูสะอาด แข็งแรง ทนทาน โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก เพราะตกแล้วไม่แตก แถมในร้านค้าออนไลน์ยังมีราคาถูกมาก บางใบราคาแค่หลักสิบ ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมาก

แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ ชามสแตนเลสราคาถูกมักแฝงไปด้วย "สารพิษร้ายแรง" จากการสำรวจในประเทศจีนพบว่า 60% ของชามสแตนเลสราคาถูกไม่ได้มาตรฐาน มักทำจากวัสดุไม่ทราบแหล่งที่มาและคุณภาพต่ำ

เมื่อนำมาใส่อาหาร โดยเฉพาะของร้อน สแตนเลสเกรดต่ำเหล่านี้จะค่อยๆ ปล่อยโลหะหนัก เช่น โครเมียม นิกเกิล และแมงกานีส ออกมาปนเปื้อนในอาหาร โลหะหนักเหล่านี้ร่างกายกำจัดได้ยาก และจะไปสะสมที่ "ตับและไต" เปรียบเสมือนยาพิษที่ออกฤทธิ์ช้าๆ ส่งผลเสียร้ายแรงต่อร่างกายในระยะยาว

*คำแนะนำ: หากต้องการใช้ภาชนะสแตนเลส ควรเลือกเกรด "304" หรือ "316" (Food Grade) เท่านั้น หลีกเลี่ยงของราคาถูกที่ไม่มีฉลากระบุชัดเจน

2. ชามเซรามิกเคลือบสีราคาถูก

ตามทฤษฎีแล้ว เซรามิกเหมาะอย่างยิ่งสำหรับทำภาชนะใส่อาหาร แต่ปัจจุบันผู้คนเน้นความสวยงาม จนลืมคำนึงถึงความปลอดภัย ปัญหาอยู่ที่ "ลวดลายและสีเคลือบ"

เคยสงสัยไหมว่าทำไมชามลายสวยๆ บางใบถึงราคาถูกแสนถูก ขณะที่บางใบแพงกว่าเป็นสิบเท่า? ความต่างอยู่ที่กระบวนการผลิต ชามคุณภาพดีจะใช้เทคนิค "เคลือบสีใต้เคลือบ" (Under-glaze) คือวาดลายลงไปก่อนแล้วเคลือบทับ ผิวสัมผัสจะเรียบเนียน ป้องกันไม่ให้อาหารสัมผัสกับสี

แต่ชามราคาถูกมักใช้เทคนิค "เคลือบสีบนเคลือบ" (Over-glaze) คือเคลือบเงาก่อนแล้วค่อยวาดลายทับ เมื่อใช้ไปนานๆ ความร้อนจากแกงจืดหรือการขัดถูจะทำให้สีหลุดลอก ปล่อยโลหะหนักอย่าง "ตะกั่ว" และ "แคดเมียม" ออกมาปนเปื้อนในอาหาร การได้รับสารเหล่านี้สะสมนานๆ อาจทำให้ร่างกายมีระดับโลหะหนักสูงกว่าค่าความปลอดภัยถึง 2-3 เท่า

*คำแนะนำ: ลองลูบที่ลาย หากรู้สึกสากมือหรือนูนออกมาให้หลีกเลี่ยง ทางที่ดีที่สุดควรเลือกชามเซรามิก "สีขาวล้วน" หรือด้านในไม่มีลวดลายจะปลอดภัยที่สุด

3. ชามไม้

ชามไม้ให้ความรู้สึกมินิมอลและดูเป็นธรรมชาติ หลายคนจึงนิยมใช้ แต่ข้อเสียร้ายแรงของชามไม้คือ "เชื้อรา"

ในสภาพอากาศร้อนชื้น ชามไม้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของแบคทีเรียและเชื้อรา โดยเฉพาะสารพิษที่ชื่อว่า "อะฟลาท็อกซิน" (Aflatoxin) ซึ่งจัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 มีความร้ายแรงมาก แม้ปริมาณเพียงเล็กน้อยก็เป็นอันตรายต่อตับ

หลายคนคิดว่าการตากแดดจะช่วยฆ่าเชื้อได้ แต่หากชามไม้มี "รอยร้าว" สปอร์ของเชื้อราจะฝังลึกเข้าไปในเนื้อไม้ ซึ่งการล้างปกติไม่สามารถกำจัดออกได้ และตาเปล่าอาจมองไม่เห็น

*คำแนะนำ: หากชามไม้ที่บ้านมีรอยร้าว ดำคล้ำ หรือขึ้นรา "ทิ้งทันที" อย่าเสียดาย เพราะมันคือแหล่งสะสมโรคดีๆ นี่เอง

กล่าวโดยสรุป แม้ลวดลายสวยงามและราคาที่ดึงดูดใจจะน่าซื้อแค่ไหน แต่ "ภาชนะใส่อาหาร" เป็นสิ่งที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง ยอมจ่ายแพงขึ้นอีกนิดเพื่อคุณภาพที่ได้มาตรฐาน ดีกว่าประหยัดเงินแล้วต้องเสียค่ารักษาพยาบาลในภายหลัง