ไขข้อข้องใจ: ทำไมนักสนุกเกอร์ต้องใส่เสื้อกั๊กและเสื้อเชิ้ตแขนยาว?
เวลาพูดถึงกีฬาสนุกเกอร์ หลายคนคงนึกภาพโต๊ะสีเขียว ลูกสนุกหลากสี และนักกีฬาที่แต่งตัวเนี้ยบ ใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงสแล็ก เสื้อกั๊ก และบางครั้งก็มีโบว์ไทหรือเนกไท จนดูเหมือนกำลังจะไปร่วมงานเลี้ยงหรูมากกว่าลงแข่งขันกีฬา
แล้วทำไมนักสนุกเกอร์จึงต้องรักษามาตรฐานการแต่งกายที่เป็นทางการเช่นนี้? เราไปหาคำตอบพร้อมกัน

1. มาจากรากเหง้าทางประวัติศาสตร์
สนุกเกอร์ถือกำเนิดในประเทศอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 19 โดยนิยมเล่นกันในชนชั้นสูงและนายทหาร จึงมีการกำหนดมารยาทและรูปแบบการแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยมาตั้งแต่แรก
การสืบทอดประเพณีนี้ทำให้ชุดแข่งขันกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

2. สะท้อนความเป็น “กีฬาสุภาพบุรุษ”
สนุกเกอร์ถูกยกให้เป็นหนึ่งใน “กีฬาสุภาพบุรุษ” การแต่งตัวเนี้ยบจึงไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่เป็นการแสดงถึงความเคารพต่อคู่แข่ง ผู้ชม และกติกาของกีฬาเอง
การใส่เสื้อเชิ้ตและกั๊กคือสัญลักษณ์ของความสุภาพและความมีวินัย

3. สร้างบรรยากาศการแข่งขันที่จริงจัง
เสื้อผ้าที่เป็นทางการช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของการแข่งขันให้น่าเชื่อถือและจริงจังมากขึ้น
ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าเกมที่เห็นบนโต๊ะสีเขียวนั้นมีเกียรติและมีมาตรฐาน ไม่ต่างจากกีฬาระดับมืออาชีพประเภทอื่น

4. ความเนี้ยบคือส่วนหนึ่งของแบรนด์กีฬานี้
หากพูดถึงสนุกเกอร์ ภาพจำที่ทุกคนนึกถึงนอกจากไม้คิวและโต๊ะสนุกเกอร์แล้ว ก็คือ “นักกีฬาที่แต่งกายสุภาพเรียบร้อย”
ชุดแข่งขันจึงเปรียบเสมือนเครื่องหมายการค้าของกีฬานี้ ทำให้สนุกเกอร์แตกต่างและมีเอกลักษณ์ชัดเจน

บทสรุป
การแต่งตัวเนี้ยบของนักสนุกเกอร์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของแฟชั่นหรือกฎบังคับเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ ความเป็นสุภาพบุรุษ ความจริงจังของการแข่งขัน และภาพลักษณ์ที่ทำให้กีฬานี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ดังนั้น ทุกครั้งที่เห็นนักสนุกเกอร์ใส่เสื้อกั๊กผูกเนกไทลงแข่งขัน จึงไม่ใช่เพราะอยากดูดีอย่างเดียว แต่เป็นการเคารพทั้งต่อกีฬา คู่แข่ง และผู้ชมไปพร้อมกัน