หินปูนไม่ใช่แค่คราบเหลือง! รู้ทันอันตรายที่ซ่อนอยู่ในช่องปาก
หลายคนอาจมองว่า "หินปูน" เป็นเพียงคราบสกปรกสีเหลืองหรือน้ำตาลที่ทำให้ฟันดูไม่สวยงาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว หินปูนคือ แหล่งสะสมของแบคทีเรีย ที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพช่องปากที่ร้ายแรงและลุกลามจนถึงขั้นต้องสูญเสียฟัน
บทความนี้จะเปิดเผยถึงอันตรายที่แท้จริงของหินปูน และทำไมคุณจึงไม่ควรปล่อยปัญหานี้ทิ้งไว้
หินปูนคืออะไร? เกิดจากสาเหตุอะไร
ปัญหาทั้งหมดเริ่มต้นจาก แผ่นคราบจุลินทรีย์ (Plaque) ซึ่งเป็นฟิล์มเหนียวใส ๆ ที่เกิดจากการรวมตัวของเศษอาหารและแบคทีเรีย หากเราทำความสะอาดไม่ทั่วถึง คราบจุลินทรีย์เหล่านี้จะทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุในน้ำลายและแข็งตัวกลายเป็น หินปูนในที่สุด
หินปูนมีลักษณะเป็นพื้นผิวที่ขรุขระ ทำให้เป็นแหล่งเกาะตัวของแบคทีเรียได้ง่ายยิ่งขึ้น และไม่สามารถกำจัดออกได้ด้วยการแปรงฟันหรือไหมขัดฟันทั่วไป
อันตรายของหินปูนในช่องปาก
1. เหงือกอักเสบ (Gingivitis)
นี่คือสัญญาณเตือนแรก เมื่อหินปูนเริ่มสะสมที่บริเวณคอฟันและขอบเหงือก แบคทีเรียจะปล่อยสารพิษออกมาทำให้เหงือกเกิดการอักเสบ โดยมีอาการที่สังเกตได้คือ เหงือกบวมแดง มีเลือดออกง่าย ขณะแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน ซึ่งในระยะนี้ยังสามารถรักษาให้หายได้ง่ายด้วยการขูดหินปูนและปรับปรุงสุขอนามัย
2. โรคปริทันต์ (Periodontitis) และการสูญเสียฟัน
หากปล่อยให้เหงือกอักเสบและหินปูนสะสมต่อไป หินปูนจะเริ่มลามลงไปใต้เหงือก ก่อให้เกิด ร่องลึกปริทันต์ แบคทีเรียในร่องนี้จะทำลายกระดูกและเส้นยึดที่ยึดฟันไว้กับเหงือก อาการจะรุนแรงขึ้นจนเกิดภาวะ เหงือกร่น และ กระดูกรอบรากฟันถูกทำลาย จนในที่สุดฟันจะเริ่มโยกคลอนและอาจ หลุดออก ในที่สุด
3. ปัญหาอื่นๆ ในช่องปาก
กลิ่นปากเรื้อรัง - แบคทีเรียที่สะสมอยู่ในรูพรุนของหินปูนจะปล่อยสารระเหยที่มีกลิ่นเหม็นออกมา ทำให้เกิดกลิ่นปากที่ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการแปรงฟัน
ปัญหาด้านความสวยงาม - หินปูนทำให้ฟันดูหมองคล้ำและเกิดคราบสีน้ำตาลหรือดำ ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจในการยิ้มและการพูดคุย
อันตรายของหินปูนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในช่องปากเท่านั้น! งานวิจัยทางการแพทย์จำนวนมากชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่าง โรคปริทันต์ขั้นรุนแรง กับปัญหาสุขภาพอื่นๆ เนื่องจากแบคทีเรียและสารอักเสบจากเหงือกสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญ เช่น
- เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
- ส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน
- เพิ่มความเสี่ยงภาวะคลอดก่อนกำหนดในสตรีมีครรภ์
การป้องกันคราบและกำจัดการเกิดหินปูน
เมื่อหินปูนก่อตัวขึ้นแล้ว การดูแลช่องปากด้วยตัวเองไม่สามารถกำจัดออกได้ การรักษาและการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ ดังนี้
- หมั่นสังเกตลักษณะฟัน หากพบฟันเหลือง อาจมาจากมีแคลเซียมและจุลินทรีย์มาเคลือบผิวฟัน มีการตกตะกอนเป็นสีเหลืองเห็นได้ชัดเจน เลือดออกขณะแปรงฟัน มีกลิ่นปาก เริ่มมีเหงือกร่น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก
- ขูดหินปูน เป็นวิธีเดียวที่สามารถกำจัดหินปูนที่สะสมอยู่ตามซอกฟันและใต้เหงือกได้ โดยทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษในการทำความสะอาด
- ตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและ ขูดหินปูนอย่างสม่ำเสมอทุก 6 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้หินปูนสะสมจนเกิดอันตราย
- ดูแลช่องปากขั้นพื้นฐาน แปรงฟันให้ถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และ ใช้ไหมขัดฟัน ทุกวันเพื่อทำความสะอาดซอกฟัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดคราบจุลินทรีย์
อย่าปล่อยให้ หินปูน เป็นภัยเงียบที่ทำลายรอยยิ้มและสุขภาพของคุณ ไปพบทันตแพทย์เพื่อจัดการกับปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อสุขภาพปากและฟันที่แข็งแรงในระยะยาว