
กรุงศรี สร้างปรากฏการณ์ใหม่ โอนเงินผ่าน Blockchain’s Interledger ข้ามประเทศแบบเรียลไทม์
กรุงศรี สร้างปรากฏการณ์ใหม่ โอนเงินผ่าน Blockchain’s Interledger ข้ามประเทศแบบเรียลไทม์ได้ภายในไม่กี่วินาที !
ถือเป็นการพลิกโฉมโลกการเงินอย่างน่าทึ่ง เมื่อธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ร่วมประกาศความสำเร็จ การนำนวัตกรรม Krungsri Blockchain’s Interledger มาใช้ในการโอนเงินระหว่างประเทศแบบเรียลไทม์เป็นครั้งแรก ในการซื้อ-ขายน้ำมันระหว่างไออาร์พีซีและคู่ค้าในต่างประเทศ
ทำไมปรากฏการณ์โอนเงินครั้งนี้ถึงน่าตื่นเต้น? ก็เพราะแต่เดิม การโอนเงินสำหรับภาคธุรกิจระหว่างประเทศนั้น ต้องใช้เวลาดำเนินการอย่างน้อย 1-3 วัน ดังนั้น เมื่อเกิดนวัตกรรมที่ร่นระยะเวลาในการโอนเงินให้สำเร็จได้ภายในไม่กี่วินาที จึงถือเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญ ที่จะปฎิวัติโลกการเงินของภาคธุรกิจไทย
ทั้งนี้ เทคโนโลยี Blockchain’s Interledger ก็คือ ระบบการจัดเก็บข้อมูล หรือเครือข่ายการจัดเก็บข้อมูลที่ทุกคนในเครือข่าย (Chain) เดียวกัน สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ และมีสิทธิใช้ข้อมูลเหล่านั้น
ยกตัวอย่าง การโอนเงินที่โดยปกติแล้วต้องมีตัวกลาง แต่ถ้าใช้ Blockchain’s Interledger ก็จะสามารถลดขั้นตอนโดยตัดคนกลางออกไป จึงลดทั้งค่าธรรมเนียม และเกิดความโปร่งใสน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะในการส่งข้อมูลหรือโอนเงินไปหาอีกฝ่ายนั้น ข้อมูลดังกล่าว คนที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้มีเฉพาะผู้รับและผู้ส่งข้อมูลเท่านั้น
ประโยชน์ของ Blockchain’s Interledger ในเชิงธุรกิจนั้นก็เพื่อลดต้นทุนในการทำธุรกรรมทางการเงิน ทั้งของธุรกิจต้นน้ำและปลายน้ำตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ โดยผู้ขายก็จะได้รับเงินเร็วขึ้น ทำให้มีรอบในการขายถี่ขึ้น จึงมีโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ ส่วนผู้ซื้อเองก็ลดความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาสินค้า อัตราแลกเปลี่ยนการเงิน และได้รับสินค้าไวขึ้นอีกด้วย
ด้วยความสำคัญนี้เอง กรุงศรีซึ่งเป็นผู้ให้บริการทางการเงินการธนาคารอย่างครบวงจร จึงมุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถในการนำบล็อกเชนมาใช้อย่างต่อเนื่อง จนเป็น ธนาคารแรกที่นำเทคโนโลยี Blockchain’s Interledger มาใช้ในการโอนเงินระหว่างประเทศสำหรับภาคธุรกิจ โดยเป็นการโอนเงินระหว่างคู่ค้า ในภาคธุรกิจปิโตรเคมี คือ IRPC Public Company Limited และ Bouasavanh Power Sole Co., Ltd. ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
จากความสำเร็จในครั้งนี้เอง ที่กรุงศรีจะใช้ประโยชน์จากเครือข่าย MUFG กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และ 1 ใน 5 กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในการพัฒนาความเชื่อมโยงของเครือข่าย ที่มีอยู่กว่า 2,000 แห่งในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ในการส่งมอบบริการโอนเงินระหว่างประเทศ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับลูกค้าธุรกิจของกรุงศรี
ทั้งนี้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้รับอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใต้กรอบ Regulatory Sandbox ที่จะนำนวัตกรรมบล็อกเชนฯ ออกสู่ภาคธุรกิจ และจะสามารถนำไปสู่การขยายผลการให้บริการด้วยนวัตกรรมดังกล่าวให้แก่ลูกค้าธุรกิจรายอื่นๆ ต่อไป
[Advertorial]