เปิดจุดลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ดันแท็กซี่-วินมอร์เตอร์ไซต์ ร่วมโครงการฯ
เปิดจุดลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ดันคนขับแท็กซี่-วินฯ ร่วมคนละครึ่งพลัส ณ อาคาร 6 ชั้น 1 กรมการขนส่งทางบกจตุจักร
น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการเร่งรัดฟื้นฟูเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน กระทรวงคมนาคม ภายใต้การกำกับดูแลของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตระหนักถึงความสำคัญของภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งเป็นต้นทุนในชีวิตประจำวันของทุกคน จึงได้มอบหมายให้ กรมการขนส่งทางบก เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในภาคการขนส่งสาธารณะอย่างเต็มรูปแบบ
ซึ่งกรมการขนส่งทางบก ขานรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ จึงได้ร่วมมือกับ ธนาคารกรุงไทย เปิดพื้นที่ตั้งบูธรับลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัส ภายในกรมการขนส่งทางบก อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะประเภทรถแท็กซี่ รถตู้ประจำทาง รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้างและรถจักรยานยนต์สาธารณะ โดยสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ระหว่างเดินทางมาติดต่อราชการ
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อสร้างรายได้และลดรายจ่ายให้กับประชาชนนั้น
ล่าสุด บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะช่องทางหลักของการลงทะเบียนโครงการฯ ให้ความร่วมมือในการตั้งจุดบริการรับลงทะเบียนสำหรับผู้ประกอบการภาคขนส่งสาธารณะโดยเฉพาะ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกสูงสุดให้แก่พี่น้องผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ จึงได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทยตั้งจุดให้บริการรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ภายในกรมการขนส่งทางบก ณ อาคาร อาคาร 6 ชั้น 1 ในทุกวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ของสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ไปจนถึงวันปิดรับลงทะเบียนสำหรับผู้ประกอบการ (19 ธันวาคม 2568) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการที่เดินทางเข้ามาติดต่อราชการด้านทะเบียนหรือภาษีรถที่กรมฯ อยู่แล้ว สามารถดำเนินการสมัครเข้าร่วมโครงการได้ทันที ณ จุดเดียว (One Stop Service) โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปยังสาขาของธนาคาร
ทั้งนี้ การเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ ในการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนผู้ใช้บริการตามนโยบายของรัฐบาล โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1584 หรือสายด่วนกรุงไทย 02 111 1122 กด 3