เนื้อหาในหมวด ข่าว

ระวัง! กินอาหารชนิดนี้บ่อยๆ เสี่ยงไมโครพลาสติกสะสมในสมอง หมอเผย ยังไม่กล้ากิน

ระวัง! กินอาหารชนิดนี้บ่อยๆ เสี่ยงไมโครพลาสติกสะสมในสมอง หมอเผย ยังไม่กล้ากิน

กินอาหารชนิดนี้บ่อย ๆ อาจเสี่ยงไมโครพลาสติกสะสมในสมอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรม ยอมรับ "ผมยังไม่กล้ากิน"

ปัจจุบันผู้คนทั่วโลกนิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน โดยกว่าครึ่งเลือกซื้อจากร้านสะดวกซื้อ แม้บรรจุภัณฑ์ไมโครเวฟจะผ่านมาตรฐานความปลอดภัย แต่ ดร.จาง เจียหมิง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรม ชาวไต้หวัน เตือนว่า การบริโภคต่อเนื่องอาจทำให้ไมโครพลาสติกสะสมในสมองและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม พร้อมย้ำว่า "ผมยังไม่กล้ากิน"

วิถีชีวิตที่เร่งรีบและความกดดันจากการทำงานทำให้หลายคนเลือกอาหารจานด่วนหรือร้านสะดวกซื้อเพราะความสะดวกและรวดเร็ว แต่พฤติกรรมนี้อาจซ่อนความเสี่ยงต่อสุขภาพ แม้แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังยอมรับว่า เขาไม่แตะต้องอาหารไมโครเวฟ รวมถึงเครื่องดื่มร้อนและซุปที่ใส่ในถ้วยกระดาษ ชามกระดาษ หรือถุงพลาสติก

แม้บรรจุภัณฑ์ไมโครเวฟจากร้านสะดวกซื้อมักทำจากโพลิโพรพิลีน (PP) หมายเลข 5 ซึ่งทนความร้อน 100-140°C และผ่านมาตรฐานความปลอดภัย แต่กระบวนการให้ความร้อนยังคงทำให้ไมโครพลาสติกปนเปื้อนได้

ดร.จาง เจียหมิง อธิบายว่า ไมโครพลาสติกคือเศษพลาสติกขนาดเล็กที่เกิดจากการย่อยสลายของพลาสติก ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านห่วงโซ่อาหาร และหากไมโครเวฟที่อุณหภูมิสูงขึ้น ก็จะยิ่งปล่อยไมโครพลาสติกออกมามากขึ้น

โดยพลาสติกขนาดใหญ่พออาจถูกขับออกทางของเสีย แต่ไมโครพลาสติกขนาดเล็กมากอาจตกค้างในร่างกาย และบางส่วนถูกดูดซึมผ่านปอดและลำไส้ โดยเฉพาะอนุภาคที่เล็กกว่า 10 ไมโครเมตร ซึ่งสามารถเข้าสู่ระบบน้ำเหลือง เลือด และไหลเวียนทั่วร่างกาย สุดท้ายอาจสะสมในสมอง เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม นอกจากนี้ ยังอาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วย

หมอจางเจียหมิง กล่าวต่อว่า ในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ เขาเข้าใจดีว่าคนที่รับประทานอาหารนอกบ้านอาจต้องหาอะไรกินแบบเร่งด่วนเป็นครั้งคราว แต่สำหรับตัวเขาเองแล้ว เขาหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาดในการใช้ภาชนะพลาสติกอุ่นอาหารสำเร็จรูป รวมถึงการใช้แก้วกระดาษใส่อาหารร้อน หรือถุงพลาสติกใส่ซุป เพราะแม้จะดูสะดวก แต่แฝงไปด้วยความเสี่ยงต่อสุขภาพ เท่ากับการกลืนพลาสติกเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว

หมอจางเจียหมิง ชี้ว่า แม้การบริโภคอาหารเหล่านี้ในระยะสั้นอาจไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยที่เห็นได้ชัด แต่หากสะสมไปนาน ๆ พลาสติกไมโครจะค่อย ๆ ตกค้างในร่างกาย เปรียบเสมือนขยะที่อุดตันเซลล์และรบกวนการทำงานปกติ เมื่อเวลาผ่านไป อาจทำให้เซลล์เสื่อมลง ส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน ระบบย่อยอาหาร และอาจทำให้ตับและไตมีประสิทธิภาพในการขจัดสารพิษลดลง

หมอจางเจียหมิง กล่าวทิ้งท้ายว่า พลาสติกพบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในด้านอาหาร เขาแนะนำให้เลือกใช้ภาชนะที่ทำจากแก้วหรือเซรามิกแทนพลาสติก และหลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง การทำเช่นนี้จะช่วยลดภัยคุกคามจากไมโครพลาสติกต่อสุขภาพ และยังส่งเสริมการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม