
"อย่ากดชักโครกขณะขับถ่าย" สิ่งที่ทำกันเป็นประจำ มันอันตรายกว่าที่คิด
หลายคนอาจเผลอกดชักโครกระหว่างขับถ่ายเพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมนี้อาจทำให้คุณเผชิญกับเชื้อโรคมากกว่าที่คิด
ทำไมการกดชักโครกขณะขับถ่ายถึงเสี่ยงต่อสุขภาพ?
1. ระเบิดเชื้อโรคสู่ร่างกาย
เมื่อกดชักโครก น้ำจะสร้างแรงดันอากาศ ทำให้เชื้อโรค เช่น อีโคไล, ซัลโมเนลลา และ โนโรไวรัส ฟุ้งกระจายไปในอากาศได้ไกลถึง 6 เมตร และสามารถลอยอยู่ในอากาศได้นานถึง 2 ชั่วโมง
เชื้อโรคเหล่านี้อาจตกลงบนพื้นผิวต่างๆภายในห้องน้ำ และสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านการสัมผัส ส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคทางเดินอาหารและการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ2. ขัดขวางระบบขับถ่าย
เสียงกดชักโครกอาจรบกวนระบบประสาทและส่งผลต่อกล้ามเนื้อหูรูด ทำให้เกิดอาการ อยากถ่ายไม่สุด ซึ่งหากเกิดขึ้นบ่อยๆ อาจส่งผลให้ลำไส้ใหญ่ไวต่อสิ่งเร้าลดลง และนำไปสู่ อาการท้องผูกเรื้อรัง
3. ฝาชักโครกไม่ใช่ตัวช่วยป้องกัน 100%
แม้ว่าการปิดฝาชักโครกจะช่วยลดการกระจายของละอองน้ำ แต่หากเป็นพื้นที่ปิด อากาศภายในห้องน้ำจะทำให้เชื้อโรคสะสมและเข้มข้นขึ้น
วิธีใช้ห้องน้ำอย่างถูกสุขลักษณะ
- เปิดพัดลมดูดอากาศก่อนเข้าห้องน้ำ เพื่อลดความชื้นและการสะสมของเชื้อโรค
- ปิดฝาชักโครกก่อนกดน้ำหลังขับถ่าย เพื่อลดการกระจายของเชื้อโรค
- ทำความสะอาดฝารองนั่ง ด้วยแผ่นเช็ดฆ่าเชื้อก่อนใช้งาน
- ล้างมือด้วยสบู่อย่างน้อย 30 วินาที ทุกครั้งหลังใช้ห้องน้ำ
ห้องน้ำสาธารณะ – แหล่งสะสมเชื้อโรคที่ต้องระวัง
ปุ่มกดชักโครก: มีเชื้อโรคมากกว่าปุ่มกดโทรศัพท์ถึง 7 เท่า
ลูกบิดประตู: พื้นที่สัมผัสร่วมที่มักเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย
เครื่องเป่ามือ: ลมร้อนสามารถพัดพาเชื้อโรคให้ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องน้ำ
ก๊อกน้ำ: จุดที่เชื้อโรคชอบเกาะตัว โดยเฉพาะห้องน้ำที่มีน้ำขัง
คำแนะนำเพื่อสุขอนามัยที่ดี
- พกสเปรย์ฆ่าเชื้อและเจลล้างมือแอลกอฮอล์ 75% ติดตัวไว้เสมอ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของในห้องน้ำสาธารณะโดยตรง
- ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังใช้ห้องน้ำ
ความสะอาดของห้องน้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับสุขภัณฑ์ แต่ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา
การทำความสะอาดห้องน้ำเป็นประจำเป็นปัจจัยสำคัญในการลดการสะสมของเชื้อโรคและช่วยป้องกันโรคภัยต่างๆ การใช้ห้องน้ำอย่างถูกวิธี ไม่เพียงช่วยให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย