.jpg)
ไม่ไว้ใจทั้งคู่! ผลสำรวจชี้ชาวอาเซียน 74% ไม่ไว้ใจจีน แต่หวั่นใจอเมริกา เมื่อทรัมป์กระหน่ำภาษีใส่
ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak ในปี 2025 แสดงให้เห็นว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มีความเชื่อมั่นต่อสหรัฐอเมริกามากกว่าจีน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากแนวโน้มของปีก่อนหน้า การสำรวจนี้จัดทำขึ้นระหว่างเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2025 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม 2,023 คนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและติมอร์-เลสเต พบว่าความเชื่อมั่นต่อสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 47.2% ในขณะที่ความไม่ไว้วางใจลดลงเหลือ 33.0% ด้านจีน ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นจาก 24.8% เป็น 36.6% แต่ยังมีผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่งที่ยังไม่ไว้วางใจจีน
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศกำแพงภาษีที่สูงถึง 49% ต่อประเทศกัมพูชา ลาว และเมียนมา ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน การดำเนินการนี้อาจทำให้ประเทศเหล่านี้ต้องพึ่งพาจีนมากขึ้น และเปิดโอกาสให้จีนขยายอิทธิพลในภูมิภาค
นอกจากนี้ ประเทศอื่นๆ ในอาเซียน เช่น เวียดนาม กัมพูชา และไทย ก็กำลังเผชิญกับภาษีนำเข้าที่สูงจากสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางการค้าในภูมิภาค นักวิเคราะห์เตือนว่าการดำเนินนโยบายดังกล่าวอาจทำให้สหรัฐฯ สูญเสียอิทธิพลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเปิดทางให้จีนเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเหล่านี้มากขึ้น
ในขณะเดียวกัน การสำรวจของ ASEAN Studies Centre ในปี 2024 พบว่า 74% ของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความกังวลต่ออิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีน โดยเฉพาะในประเทศเวียดนามที่มีความกังวลสูงถึง 95% เนื่องจากข้อพิพาททางทะเลในทะเลจีนใต้
ทั้งนี้ แม้สหรัฐฯ จะได้รับความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่การดำเนินนโยบายทางการค้าที่เข้มงวดอาจส่งผลให้ประเทศเหล่านี้หันไปพึ่งพาจีนมากขึ้น ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในภูมิภาคในอนาคต