Samsung สูญยับเยิน! พนง.ขโมยสูตรลับขายจีน ด้วยวิธี "โบราณ" ที่เครื่องสแกนหาไม่เจอ
ไม่พึ่ง USB! พนักงาน Samsung ขโมยสูตรลับชิป 10nm ไปขายจีนด้วยวิธีบ้านๆ "โบราณที่สุด"
แม้จะมีระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ล้ำสมัยแค่ไหน แต่ความลับทางการค้าระดับล้านล้านวอนของ Samsung กลับถูกขโมยออกไปได้ด้วยวิธีการที่ "ดั้งเดิม" ที่สุด นั่นคือการใช้ปากกาและสมุดจด เหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่สั่นสะเทือนวงการเทคโนโลยีระดับโลก
ปฏิบัติการโจรกรรมด้วย "ลายมือ"
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ "นาย A" นักวิจัยระดับแกนนำของ Samsung Electronics ได้วางแผนขโมยข้อมูลการผลิตชิป DRAM ระดับ 10 นาโนเมตร เขาตระหนักดีว่าการคัดลอกไฟล์ลงคอมพิวเตอร์หรือเสียบ USB จะถูกระบบตรวจจับได้ทันที เขาจึงเลือกใช้วิธีที่ไม่มีใครคาดคิด คือการ "จดบันทึกด้วยมือ"
นาย A ใช้เวลาหลายเดือนในการจดคัดลอกขั้นตอนการผลิตกว่า 600 ขั้นตอน ที่เรียกว่า PRP (Process Recipe Plan) ลงในสมุดบันทึกของบริษัท ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็น "หัวใจสำคัญ" ที่ได้จากการสั่งสมประสบการณ์ ลองผิดลองถูก และใช้เงินลงทุนมหาศาล ซึ่งไม่สามารถประเมินค่าได้
สิ่งที่น่าตกใจคือ เขาใช้สมุดบันทึกธรรมดาที่บริษัทแจกให้พนักงาน ซึ่งภายนอกดูเหมือนสมุดจดงานวิศวกรรมทั่วไปที่เต็มไปด้วยตัวเลขและสูตรคำนวณ ทำให้สามารถพกผ่านด่านรักษาความปลอดภัยออกไปได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีใครสงสัย
เส้นทางสู่คู่แข่งในจีน
สมุดบันทึกเล่มนั้นถูกส่งต่อไปยัง "นาย B" อดีตผู้บริหาร Samsung ที่ย้ายไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายพัฒนาที่บริษัท ChangXin Memory Technologies (CXMT) ในประเทศจีน ซึ่งบริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลจีนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านชิปหน่วยความจำ
ข้อมูลจากสมุดเล่มนั้นเปรียบเสมือน "ตำราเรียนลัด" ที่ช่วยให้ CXMT พัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างก้าวกระโดด จากการตรวจสอบพบว่า เอกสารของ CXMT มีความคล้ายคลึงกับข้อมูลของ Samsung ถึง 98.2% และช่วยให้พวกเขาผลิต DRAM ระดับสูงได้ภายในเวลาเพียง 7 ปี
กลยุทธ์ซื้อตัวและการหลบเลี่ยงการจับกุม
นอกจากการขโมยข้อมูลแล้ว ยังมีการดึงตัววิศวกร Samsung ด้วยข้อเสนอที่เย้ายวนใจ ทั้งเงินเดือนที่สูงกว่าเดิม 2-4 เท่า โบนัสก้อนโต และสวัสดิการดูแลครอบครัว โดยใช้บริษัทบังหน้าเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายและการตรวจสอบจากหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ (NIS)
กลุ่มขบวนการนี้ทำงานกันอย่างรัดกุม มีการใช้รหัสลับ เช่น การส่งอีโมจิ "หัวใจ 4 ดวง (♥♥♥♥)" เพื่อเตือนภัยหากมีใครถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ หรือถูกจับกุม แสดงให้เห็นถึงการวางแผนที่เป็นระบบและมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก
บทสรุปและความเสียหาย
จากรายงานของสำนักงานอัยการเขตกลางกรุงโซล เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2023 ระบุว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ Samsung อาจสูงถึง 5 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท) และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างมหาศาล โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เหตุการณ์นี้ทำให้ Samsung ต้องอุดรอยรั่วด้วยการแจกสมุดบันทึกแบบพิเศษที่ฝังแถบโลหะ เพื่อให้เครื่องสแกนสามารถตรวจจับได้ แต่นี่ก็ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่า เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด อาจพ่ายแพ้ให้กับวิธีการที่เรียบง่ายที่สุดของมนุษย์ได้เช่นกัน
- โตเป็นสาวแล้ว! เปิดภาพ "เจ้าหญิงซัมซุง" เก่งสมมง-สวยระดับดารา ของจริงไม่ต้องตะโกน
- ตลกร้าย! พนักงาน Apple ทุกข์ใจเพราะเขาชื่อ "Samsung" ยอมเปลี่ยนเพื่อความสงบสุข
