Move On ฉบับ "เพลง ชนม์ทิดา" ทำยังไงถ้าเจอคนนอกใจ และก้าวผ่านความทุกข์ยังไง?
เปิดพื้นที่ในสตอรี่อินสตาแกรม สำหรับ เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม เพื่อจะได้พูดคุยและใกล้ชิดกับแฟนๆ มากยิ่งขึ้น โดยให้แต่ละคนตั้งคำถามที่สงสัย พร้อมเข้าไปตอบในฉบับของตัวเอง
โดยหนึ่งในนั้นได้มีหลายคนที่ถามเกี่ยวกับเรื่องความรัก ไม่ว่าจะเป็น การก้าวผ่านความทุกข์, การ Move On หรือวิธีการรับมือถ้าเจอคนรักนอกใจ
ซึ่ง เพลง ชนม์ทิดา ก็ได้ตอบกลับข้อความเหล่านั้นด้วยความรู้สึกของตัวเองที่ร่ายยาวและเรียบเรียงมาเป็นข้อความผ่านตัวอักษร
พี่เพลงก้าวผ่านความทุกข์ยังไงคะ ในวันที่ไม่ไหวจัดการยังไงคะ ?
"ส่วนตัวของเพลง สิ่งแรกที่เพลงจะทำคือพยายามทำความเข้าใจกับต้นตอ และสาเหตุของเรื่องที่ทำให้เราทุกข์ พยายามมองสิ่งๆนั้นจากหลากหลายมุมมอง (คุณแม่สอนให้มองทุกอย่างให้ครบ 360 องค์ศา เพราะสิ่งที่เรารู้สึกนึกนึกคิดอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นรู้สึกนึกคิดเหมือนกับเรา) เมื่อเราเข้าใจมันจะเบาลงเอง
ความทุกข์ที่เกิดขึ้น มันปั่นสิ่งที่เราควบคมได้หรือไม่? แล้วถ้าเราควบคุมได้ เราสามารถทำอะไรให้ดีขึ้นกว่านี้มั้ย? ถ้าค่ำตอบคือเราทำดีที่สุดแล้ว..... เราก็ต้องยอมรับและปล่อยวางค่ะ (แต่บางเรื่องก็ใช้เวลามากกว่าเรื่องอื่น)
อีกคำถามหนึ่งที่เพลงมักจะจะถามตัวเองเสมอคือ is it worth my energy & time? และเมื่อ reflect แล้ว,ได้ closure แล้ว ก็จะพยายามไม่วนคิดซ้ำอยู่ที่เดิม จะเอาเวลาไปทำอะไรที่ดีต่อสุขภาพจิตสุขภาพใจและร่างกายของตั้วเองค่ะ เช่น ไปทำ hobby ที่ตัวเองชอบ อยู่กับสัตว์เลี้ยง อยู่กับครอบครัวหรือเพื่อนที่เรารัก"
ขอ how to move on กับความรักค่ะ ?
"การ move on ในเรื่องของความรัก เป็นอะไรที่ต้องใช้เวอย่างแน่นอน เพระไม่ได้ใช้แค่หัวใจ และสมองของเราที่จดจำความสัมพันธ์ที่ผ่านมา มีงานวิจัยหลายชิ้นที่บอกว่า nervous system หรือระบบประสาทของเราก็ "จดจำ" ความรู้สึกเหล่านั้นเช่น
กัน ร่างกายต้องใช้เวลา 3-6 เดือนกว่าจะค่อยๆ ปรับตัวและคลายความผูกพันทางอารมณ์ลง ดังนั้นการสูญเสียความรักจึงไม่ต่างอะไรจากกระบวนการ grief หรือ การสูญเสียรูปแบบหนึ่งเลยค่ะ
สำหรับเพลงแล้ว ในการ move on เพลงมักจะ self-reflect ตัวเอง โดยแยก "emotion กับ "rationale/logic เพลงให้เวลากับตัวเองค่อนช้างมากในการ self-reflect ทั้งอารมณ์ ความรู้สึก และเหตุผลต่างๆ ที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์
ในฝั่งของอารมณ์ เพลงเลือกที่จะปล่อยให้ตัวเองได้ "feel" อย่างเต็มที่ไม่ suppress และไม่วิ่งหนีความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกเสียใจ โกรธ bitter หรือ แม้แต่ความสุข แต่เพลงเชื่อว่าหากเราอยาก move on เราต้อง heal จากสิ่งๆนั้น และถ้าอยาก heal เราจำเป็นต้อง live through emotion นั้น ให้ได้ หลายคนไม่ชอบความรู้สึกทุกข์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะ แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าถ้าเราไม่เปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้รู้สึก วันหนึ่งความรู้สึกเหลำนั้นก็อาจไปปะทุในรูปแบบอินแทน
เรื่องของเวลา ไม่มีใครสามารถปอีกได้ว่ามันควรจะสั้นหรือยาวแค่ไหน แต่วันที่เราหันกลับมารักตัวเองได้อย่าง าควรจะให้เวลากับเรื่องนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหน
ในส่วนของ rationole และ logic เป็นช่วงเวลาที่เพลงมักreflectความคิด กับตัวเอง กับ safe zone รวมถึงกับ therapist เพลงรู้สึกว่าการได้เข้าใจทั้งตัวเองและคนที่เราเคยมีความสัมพันธ์ด้วย ช่วยให้เข้าใจ และ move on ได้ง่ายขึ้นมาก เพราะหลายๆ การกระท่ามักมีรากมาจาก childhood upbringing,trauma,personality และ volues ของแต่ละคน
การยอมรับในความเป็นตัวเราและความเป็นตัวเขาเป็นสิ่งสำคัญมาก สิ่งที่เพลงให้ความสำคัญที่สุดคือการหันกลับมามอง values และ ethics/morales ของทั้งเราและเขาอย่างตรงไปตรงมา หากสิ่งเหล่านี้ไม่ตรงกันอีกต่อไป การเดินไปด้วยกันก็จะยากขึ้น เพราะนับวันเราจะ grow apart มากกว่า grow together เราไม่ควรเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรืออดทนจนต้อง lower standard ของตัวเอง รวมถึงไม่ควรหาเหตุผลมา support การกระทำที่ทำร้ายเรา ลองถามตัวเองว่าเราคู่ควรกับอะไร? สิ่งไหนที่เราต้องการ?
รัก ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการรักตัวเอง (อย่าคาดหวังให้ใครมาเติมเต็มสิ่งนั้นให้กับเรา) วันที่เรารักตัวเองอย่างถูกวิธี (ไม่เบียดเบียนใคร) และให้เกียรติตัวเองมากพอ เราจะรู้ว่าเราคู่ควรกับอะไร ในขณะเดียวกันเราก็จะ set boundaries of how we are to be treated
ส่วนตัวเพลงรู้สึกว่าเรายังสามารถเก็บ ความรักและความทรงจำที่สวยงาม ของความสัมพันธ์นั้น ไว้ในใจเราได้ แม้ต้อง เดินออกมา เพราะเชื่อว่าทุกความสัมพันธ์มีเรื่องราวดีๆ และทุกความรัก จะมีบทเรียนที่สอนเราเสมอ
you can forever hold on to the beautiful memories and still move on
เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังอยู่ในช่วง healing นะคะ"
มีวิธีฮีลกับคนที่นอกใจเรายังไงคะ ต้องบล็อกเขาทุกช่องทางไหมคะ ?
"เพลงได้มีโอกาสเจอ ข้อความอันนี้น่าจะให้ข้อคิดที่ดีไม่มากก็น้อย นะคะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมักมี blessing in disguise ถือว่าเป็นโอกาสที่เราจะเริ่มต้นใหม่กับคนที่คู่ควรกับความรักที่ซื่อสัตย์ของเรานะคะ แนะนำ strict "no contact" ค่ะ"
