เด็ก 9 ขวบ ฉี่รดที่นอนบ่อย พ่อแม่รู้ผลตรวจแล้วช็อก เพิ่งรู้ความจริงลูกมีอวัยวะ "ไม่ครบ"
เด็ก 9 ขวบ ฉี่รดที่นอนบ่อย พ่อแม่พาไปตรวจร่างกาย เพิ่งรู้ความจริงสุดช็อก ลูกมีอวัยวะ "ไม่ครบ"
เรื่องราวสุดช็อกของครอบครัวหนึ่ง เมื่อเด็กวัยประถมอายุ 9 ปี มีปัญหาปัสสาวะรดที่นอนตอนกลางคืนบ่อยครั้งจนต้องเข้ารับการตรวจร่างกาย แต่ผลการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องโดย นายแพทย์จางปินเสวียน ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพและกุมารแพทย์โรคไต พบว่าเด็กรายนี้มีไตเพียงข้างเดียวมาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งสร้างความตกใจให้กับผู้ปกครองเป็นอย่างมากเนื่องจากเด็กมีร่างกายแข็งแรงและร่าเริงเป็นปกติมาโดยตลอด
แพทย์ระบุว่า ความผิดปกติทางโครงสร้างร่างกายในเด็กมักไม่แสดงอาการให้เห็นชัดเจน หากไม่ได้รับการตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ ความผิดปกติบางอย่างอาจส่งผลกระทบที่ย้อนกลับไม่ได้ต่อการเจริญเติบโตและสมรรถภาพทางกายเมื่อเด็กโตขึ้น การตรวจพบในครั้งนี้จึงช่วยให้ครอบครัวสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อถนอมไตที่เหลือเพียงข้างเดียวให้ใช้งานได้ยาวนานที่สุด
3 แนวทางปฏิบัติเพื่อปกป้องและถนอมการทำงานของไต
นายแพทย์จางปินเสวียน ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครองในการดูแลเด็กที่มีไตข้างเดียว หรือเด็กทั่วไปที่ต้องการถนอมไต ดังนี้:
- ปรับเปลี่ยนการรับปรุงอาหาร: ควบคุมการทานเค็ม ลดอาหารแปรรูป และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มรสหวานที่อาจเพิ่มภาระให้ไตทำงานหนัก
- สร้างนิสัยการดื่มน้ำอย่างเป็นระบบ: ฝึกให้เด็กดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งวัน เพื่อช่วยในการขับของเสีย
- หลีกเลี่ยงกีฬาที่มีความเสี่ยงสูง: ระมัดระวังการเล่นกีฬาที่มีการปะทะรุนแรงซึ่งอาจเสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณบั้นเอว เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นกับไตเพียงข้างเดียว

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสุขภาพเด็กในยุคปัจจุบัน
แพทย์ย้ำว่าในอดีตมักมีความเชื่อว่า "เด็กไม่มีโรคเรื้อรังจึงไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ" แต่ปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของเด็กเปลี่ยนไปมาก ทั้งการกินอาหารนอกบ้าน การดื่มน้ำหวาน การอดนอน และการติดหน้าจอ ส่งผลให้เด็กมีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคไตเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีภาวะที่เรียกว่า "กลุ่มอาการนัทแครกเกอร์" (Nutcracker Syndrome) ในวัยรุ่นที่ลดน้ำหนักมากเกินไปจนไขมันในช่องท้องน้อยลง ส่งผลให้หลอดเลือดกดทับหลอดเลือดดำไตจนเกิดปัสสาวะเป็นเลือด
การตรวจสุขภาพในเด็กจึงมีความสำคัญมาก เพราะปัญหาบางอย่างเช่น โรคกรดในเลือดจากความผิดปกติของหลอดเล็กในไต (Renal Tubular Acidosis) จะแสดงอาการเพียงแค่ตัวเล็ก อ่อนเพลีย หรือเบื่ออาหารเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถวินิจฉัยได้จากการดูภายนอก แต่ต้องผ่านการตรวจเลือดและปัสสาวะโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
สรุป: การป้องกันดีกว่าการรักษา
เป้าหมายสำคัญของการตรวจสุขภาพในเด็กไม่ใช่การคาดเดาว่าเด็กทุกคนต้องมีโรค แต่เป็นการค้นหาเด็ก 1% ที่อาจมีความผิดปกติแฝงอยู่ เพื่อทำการรักษาและปรับจูนพฤติกรรมให้กลับเข้าสู่เส้นทางสุขภาพที่ดีก่อนที่ร่างกายจะเติบโตจนคงที่ การตรวจสุขภาพที่ละเอียดโดยกุมารแพทย์จึงเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยให้เด็กเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงอย่างสมบูรณ์