.jpg)
จุดจบคนลองดี ตับวาย-ไตล้มเหลว หมอเตือนส่วนนี้ของ "ปลา" พิษเท่าสารหนู ห้ามกินเด็ดขาด
ผู้ป่วยตับวาย-ไตล้มเหลว หมอเตือนอวัยวะส่วนนี้ของ "ปลา" พิษเท่าสารหนู ความร้อนทำลายไม่ได้ ห้ามกินเด็ดขาด
เมื่อไม่นานมานี้ โรงพยาบาลประชาชนแห่งมหาวิทยาลัยอู่ฮั่น (ประเทศจีน) ได้รับผู้ป่วย 2 รายที่เกิดภาวะไตวายและตับวายจากการรับประทานอวัยวะที่ “มีพิษร้ายแรง” ของปลา
ครอบครัวของผู้ป่วยเล่าว่า นายอู๋ได้นำถุงน้ำดีของปลามาแช่กับเหล้าขาวตามคำแนะนำจากอินเทอร์เน็ตเพื่อบำรุงร่างกาย หลังจากนั้นไม่นาน เขาเริ่มมีอาการอาเจียน ท้องเสีย ปวดศีรษะ และเวียนศีรษะ เมื่ออาการรุนแรงขึ้น ครอบครัวจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลประชาชนแห่งมหาวิทยาลัยอู่ฮั่นในคืนนั้นเพื่อรับการรักษา
ที่โรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่าเขามีภาวะไตวายเฉียบพลัน ตับวาย และความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดจากพิษของถุงน้ำดีปลา
โชคดีที่ได้รับการรักษาทันเวลา ทำให้นายอู๋พ้นขีดอันตรายและสุขภาพกลับมาคงที่
ก่อนหน้านี้ ในคืนวันส่งท้ายปีเก่า แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลเดียวกันก็ได้รับผู้ป่วยอายุ 70 ปีที่มีอาการพิษจากการกินถุงน้ำดีปลา
ผู้ป่วยรายนี้เชื่อในตำรายาพื้นบ้านที่กล่าวว่าถุงน้ำดีปลาสามารถรักษาโรคได้ หลังจากรับประทานเข้าไป เขาเริ่มมีอาการอาเจียนและท้องเสีย ต้องเข้ารับการล้างกระเพาะหลายครั้งที่โรงพยาบาลท้องถิ่น แต่เมื่ออาการไม่ดีขึ้น จึงถูกส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลประชาชนแห่งมหาวิทยาลัยอู่ฮั่น
แพทย์วินิจฉัยว่าเขามีภาวะตับวายเฉียบพลันจากพิษของถุงน้ำดีปลา หลังการรักษา ผู้ป่วยรายนี้สามารถฟื้นตัวและออกจากโรงพยาบาลได้
แพทย์เผย "อวัยวะนี้ของปลาเป็นพิษร้ายแรงเทียบเท่าสารหนู"
แพทย์ระบุว่า ถุงน้ำดีปลามีพิษร้ายแรงเทียบเท่ากับสารหนู เนื่องจากมีสารอันตรายหลายชนิด เช่น กรดน้ำดี กรดไฮโดรไซยานิก โซเดียมไซพรีนิดซัลเฟต ฮีสตามีน และสารพิษอื่นๆ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย สารเหล่านี้สามารถทำลายอวัยวะภายใน ส่งผลให้เกิดภาวะไตวาย ตับวาย และพิษรุนแรง
นอกจากนี้ แพทย์ยังระบุว่า พิษในถุงน้ำดีปลาไม่สามารถถูกทำลายด้วยความร้อนจากการปรุงอาหารหรือการแช่ในแอลกอฮอล์ ดังนั้น ไม่ว่าจะแปรรูปด้วยวิธีใดก็ยังคงมีพิษอยู่
ถุงน้ำดีปลาน้ำจืดส่วนใหญ่มีพิษ
แม้ว่าถุงน้ำดีปลาทุกชนิดจะไม่ได้มีพิษ แต่ปลาน้ำจืดที่ผู้คนมักรับประทาน เช่น ปลาคาร์พ ปลาตะเพียนดำ ปลากินพืช และปลาตะเพียนเงิน ล้วนมีสารพิษในถุงน้ำดี ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคถุงน้ำดีปลาโดยเด็ดขาด
อาการของพิษจากถุงน้ำดีปลา
พิษจากถุงน้ำดีปลามักแสดงอาการอย่างรวดเร็ว โดยเกิดขึ้นภายใน 30 นาทีถึง 6 ชั่วโมงหลังจากรับประทาน อาการที่พบ ได้แก่
- อาการทางระบบทางเดินอาหาร: ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งมักเป็นอาการแรกที่เกิดขึ้นภายใน 1 ชั่วโมงหลังรับประทาน
- อาการอื่นๆ: ตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดตับ ปวดหลัง ปัสสาวะน้อยหรือไม่มีเลย หน้าบวม แขนขาบวม ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังรับประทาน
หากพิษรุนแรงขึ้น อาจส่งผลให้เกิดภาวะไตวาย ตับวาย หัวใจวาย และอวัยวะหลายระบบล้มเหลว ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
หากพบอาการผิดปกติดังกล่าวหลังจากรับประทานถุงน้ำดีปลา ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาโดยเร็วที่สุด