
ส่วนหนึ่งของปลามีพิษร้ายแรงมาก! อาจถึงตายได้ แต่หลายคนมองเป็น "ยาอายุวัฒนะ"
หมอเวียดนามเตือน ส่วนหนึ่งของปลาที่มีพิษร้ายแรงถึงชีวิต แต่คนจำนวนมากกลับเข้าใจว่าเป็น “ยาอายุวัฒนะ”
หลายคนเชื่อว่าส่วนหนึ่งของปลา สามารถ “รักษาสารพัดโรค ทำให้สายตาแจ่มใส เสริมความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ รวมถึงบำรุงสมรรถภาพทางเพศ” แต่ความจริงแล้ว นั่นคือแหล่งสะสมพิษอันตรายร้ายแรง
ตามความเชื่อพื้นบ้าน การกินถุงน้ำดีของปลาดิบเพื่อ “บรรเทาอาการปวดเมื่อย เสริมสุขภาพ” ถือเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะกับปลาตะเพียนหรือปลาไน ทำให้หลายคนกลืนสด ๆ เพราะเชื่อว่าจะให้ผลราวกับ “ยาวิเศษ” ทว่าความจริงแล้ว แพทย์ยืนยันว่าพฤติกรรมนี้เป็นความเข้าใจผิด เสี่ยงต่อการเกิดพิษรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
รศ.นพ.เหงียนจุงเงวียน ผู้อำนวยการศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลบั๊กไม ประเทศเวียดนาม ระบุว่า กรณีพิษจากการกินถุงน้ำดีปลา มักพบในประเทศแถบเอเชีย เช่น จีน อินเดีย และเวียดนาม ที่ยังคงมีความเชื่อเรื่อง “สรรพคุณรักษาโรค” ของน้ำดีปลาอยู่
สารพิษหลักในถุงน้ำดีปลา คือ ไซพรินอล (Cyprinol) ซึ่งพบในน้ำดี ตับ และตับอ่อนของปลาน้ำจืดหลายชนิด แต่ไม่มีในเนื้อปลา ดังนั้นการกินเนื้อปลาจึงปลอดภัย แต่หากกลืนถุงน้ำดีดิบ อาจทำให้เกิดพิษเฉียบพลันได้ ยิ่งปลาตัวใหญ่ ปริมาณพิษยิ่งรุนแรงตามไปด้วย
สาร ไซพรินอล (Cyprinol) มีคุณสมบัติทนความร้อน ไม่ถูกทำลายแม้ผ่านการปรุงสุก นั่นหมายความว่า แม้ถุงน้ำดีปลาจะถูกนำไปต้มสุกแล้ว พิษก็ยังคงอยู่ครบถ้วน
อาการพิษมักแสดงออกอย่างรวดเร็ว ภายในไม่กี่นาทีหลังกลืน แต่บางรายอาจช้ากว่าหลายชั่วโมง โดยเริ่มจากปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ และท้องเสียอย่างต่อเนื่อง จากนั้นสารพิษจะโจมตีตับและไตโดยตรง ก่อให้เกิดภาวะตับวาย เนื้อเยื่อท่อไตถูกทำลาย และไตวายเฉียบพลัน
ในรายที่รุนแรงอาจเกิดภาวะสมองบวม ปอดบวม และตับอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งล้วนเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
ในความเป็นจริง โรงพยาบาลระดับประเทศเคยพบผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่เข้าสู่ภาวะโคม่า และมีอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ เพียงเพราะกลืนถุงน้ำดีปลาโดยเชื่อว่ามีสรรพคุณบำรุงร่างกาย
นพ.เหงียน ระบุว่า ผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากถุงน้ำดีปลา หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน อาจเสียชีวิตได้ และในกรณีรุนแรงจำเป็นต้องใช้การฟอกเลือดเพื่อขับพิษออกจากร่างกาย
สิ่งที่น่าตระหนักคือ จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์ใด ยืนยันว่าถุงน้ำดีปลามีสรรพคุณรักษาโรคตามความเชื่อพื้นบ้าน ทั้งเรื่อง “ทำให้สายตาดี รักษาข้อกระดูก หรือบำรุงสมรรถภาพทางเพศ” ล้วนเป็นเพียงคำเล่าลือที่ไร้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์
ขณะที่พิษของ ไซพรินอล (Cyprinol) กลับได้รับการยืนยันชัดเจนแล้วว่า เพียงถุงน้ำดีจากปลาตะเพียนหรือปลาคาร์พขนาดใหญ่เพียงหนึ่งถุง ก็สามารถทำให้เกิดพิษรุนแรงได้
แพทย์จึงเตือนว่า หากเผลอกลืนถุงน้ำดีปลาแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ หรือท้องเสีย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที การพยายามรักษาเองที่บ้าน หรือรอช้าเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงถึงชีวิต
ในการรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูก ข้อต่อ ภาวะเสื่อมสมรรถภาพ หรือปัญหาการมองเห็น ปัจจุบันการแพทย์สมัยใหม่มีวิธีการที่ปลอดภัยและได้ผลกว่ามาก ประชาชนไม่ควรหลงเชื่อวิธีรักษาที่อาศัยการกินอวัยวะภายในของสัตว์ เพราะเป็นพฤติกรรมที่ซ่อนเร้นความเสี่ยงใหญ่หลวงต่อสุขภาพ
ถุงน้ำดีปลาเป็นเพียง ของเหลือจากการปรุงอาหาร ไม่ใช่ยารักษาโรค การขาดความรู้และความเชื่ออย่างผิด ๆ อาจทำให้การกระทำเล็กน้อย กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่คร่าชีวิตคนได้