เธอคือใคร? "ฮองเฮาอาภัพ" เมียที่ฮ่องเต้เกลียด 20 ปีไม่แตะตัว ยอมเป็นคนบาปล้มราชวงศ์!
เปิดตำนาน "ฮองเฮาอาภัพ" เมียที่สามีรังเกียจ 20 ปีไม่เคยถวายงาน สู่ผู้ปิดฉากราชวงศ์ชิง เพื่อประชาชนนับล้าน
ฮองเฮาที่ครองตำแหน่งนานที่สุดในราชวงศ์ชิง: ไม่เคยถวายงานแม้แต่คืนเดียวในรอบ 20 ปี แต่ประวัติศาสตร์ยกย่องให้เป็น 'ผู้ทรงคุณธรรม' (อริยบุคคล)
เบื้องหลังบัลลังก์หงส์ที่ดูสูงส่ง กลับซ่อนความขมขื่นของสตรีผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียง "หมากทางการเมือง" นางต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในวังหลัง ไม่เคยได้รับความรักจากจักรพรรดิแม้แต่คืนเดียว แต่กลับกลายเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ที่โลกต้องจารึก
จากหลานสาวซูซีไทเฮา สู่ "ฮองเฮาที่ถูกลืม"
"เย่เหอนารา จิงเฟิน" หรือที่เรารู้จักกันในนาม "หลงยูฮองเฮา" มีศักดิ์เป็นหลานสาวแท้ๆ ของผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแผ่นดินอย่าง "ซูซีไทเฮา" ในปีที่ 14 แห่งรัชสมัยกวางสู นางถูกจับคลุมถุงชนให้แต่งงานกับ จักรพรรดิกวางสู ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เพื่อเป็นหูเป็นตาและค้ำจุนอำนาจของซูซีไทเฮาในราชสำนัก
จักรพรรดิกวางสูทรงรู้ทันเกมการเมืองนี้ดี พระองค์ทรงมองราชินีข้างกายเป็นเพียง "สายลับ" ที่ป้าส่งมาควบคุม ความหวาดระแวงทำให้พระองค์เย็นชาใส่นางถึงขีดสุด สาบานว่าจะไม่แตะต้องตัวนางแม้แต่ปลายเล็บ ทำให้จิงเฟินต้องแบกรับตำแหน่งสตรีสูงศักดิ์ที่สุดในวังหลัง ท่ามกลางความเงียบเหงาและโดดเดี่ยว ไม่เคยได้ถวายงานรับใช้สามีเลยตลอด 20 ปีที่ดำรงตำแหน่งฮองเฮา
ในขณะที่ "สนมเจิน" ได้รับความโปรดปราน หลงยูฮองเฮากลับต้องกลืนน้ำตา เลือกที่จะอยู่อย่างเงียบเชียบ ยอมจำนนต่อโชคชะตา และเลือนหายไปจากการแย่งชิงความโปรดปราน
ขึ้นเป็นไทเฮา ในวันที่ราชวงศ์กำลังจะล่มสลาย
ปีที่ 34 แห่งรัชสมัยกวางสู จักรพรรดิสวรรคต และเพียงหนึ่งวันถัดมา ซูซีไทเฮาก็สิ้นพระชนม์ตามไป ตามพินัยกรรม "ปูยี" ในวัยเพียง 3 ขวบ ได้ขึ้นครองราชย์ ส่งผลให้จิงเฟินขยับฐานะขึ้นเป็น "หลงยูไทเฮา"
แต่บัลลังก์ในยามนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ราชวงศ์ชิงกำลังเข้าตาจน กระแสการปฏิวัติลุกฮือทั่วแผ่นดิน กองกำลังต่างชาติจ้องจะแบ่งเค้ก หลงยูไทเฮาต้องก้าวเข้าสู่เกมการเมือง ไม่ใช่ด้วยความทะเยอทะยาน แต่ด้วยภาระอันหนักอึ้งที่ทิ้งไว้ให้สตรีตัวคนเดียว
ในปีที่ 3 ของรัชสมัยซวนถ่ง (ปูยี) การปฏิวัติซินไฮ่ระเบิดขึ้น หลงยูไทเฮายืนอยู่บนทางแยกสำคัญ: จะพึ่งพากองทัพของหยวนซื่อไข่ จะขอกำลังต่างชาติ หรือจะต่อต้านคลื่นการปฏิวัติ?
การตัดสินใจช่วยชีวิตนับล้าน แลกกับคำตราหน้าว่า "คนบาป"
ท่ามกลางเสียงคัดค้านอย่างรุนแรงจากเชื้อพระวงศ์ หลงยูไทเฮาตัดสินใจประกาศรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว นางจรดพู่กันเซ็นราชโองการ "สละราชสมบัติ" ยุติการปกครองอันยาวนานกว่า 260 ปีของราชวงศ์ชิงลงอย่างสงบ
การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้นางถูกเหล่าขุนนางและเชื้อสายราชวงศ์แมนจูตราหน้าว่าเป็น "คนบาปพันปี" ที่ทำลายราชวงศ์ แต่ในทางกลับกัน การตัดสินใจยอมถอยของนาง ได้ช่วยชีวิตประชาชนนับล้านจากการนองเลือดในสงครามกลางเมือง
"สตรีผู้มีคุณธรรมดั่งกษัตริย์ในตำนาน"
การสละราชสมบัติโดยสันติถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ แม้แต่ ดร.ซุน ยัตเซ็น ผู้นำการปฏิวัติ ยังเคยกล่าวยกย่องหลงยูไทเฮาต่อสาธารณะ เปรียบเปรยว่าเป็น "สตรีผู้เปี่ยมคุณธรรมดั่งกษัตริย์เหยาและซุ่น" (กษัตริย์ในตำนานจีนผู้มีเมตตา) เพราะนางเลือกชีวิตของราษฎรมากกว่าอำนาจของตนเอง
ในปี ค.ศ. 1913 หลงยูไทเฮาสิ้นพระชนม์อย่างโดดเดี่ยว เชื้อพระวงศ์หลายคนไม่ยอมมาร่วมงานศพ เพราะยังโกรธแค้นที่นางทำให้ราชวงศ์ล่มสลาย แต่สำหรับประชาชนและนักประวัติศาสตร์ นางคือผู้ปิดฉากระบอบจักรพรรดิด้วยสันติภาพ
สตรีผู้นี้ครองตำแหน่งฮองเฮายาวนานกว่า 20 ปี โดยไร้ซึ่งชีวิตคู่ที่แท้จริง และนั่งเก้าอี้ไทเฮาเพียง 3 ปี แต่กลับทิ้งร่องรอยที่ลึกซึ้งที่สุดไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ นั่นคือการยุติระบอบกษัตริย์ โดยไม่ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อของประชาชน
- เปิดชื่อ 5 กษัตริย์ "ลูกมากที่สุด" ในประวัติศาสตร์โลก อันดับ 1 ทะลุพันคน มีไทยติดโผไหม?
- หาดูยาก 14 ภาพราชวงศ์ชิง ตะลึงความงาม "สนม" ที่ยิ่งกว่าดารา คนยุคนี้ยังโดนสะกดใจ!
