น้ำประปาอินเดีย "ฆาตกรเงียบ" ท้องร่วงพร้อมกันเฉียด 2,500 คน คร่าชีวิตเด็ก 6 เดือน
ท่อประปาในอินเดีย แตกใต้น้ำเสีย วิกฤตท้องร่วงเกือบ 2,500 คน คร่าชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ศพ สลดเด็ก 6 เดือนดับ
เมืองอินดอร์ รัฐมัธยประเทศ ประเทศอินเดีย เผชิญวิกฤตด้านสาธารณสุขครั้งรุนแรง หลังเกิดการระบาดของโรคท้องร่วงในวงกว้างจากปัญหาน้ำดื่มปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล ส่งผลให้มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ราย ขณะที่ตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของเมือง
นายปุชยามิตรา ภาร์กาวา นายกเทศมนตรีเมืองอินดอร์ เปิดเผยว่า สาเหตุสำคัญมาจากท่อส่งน้ำดื่มหลักเกิดการรั่วใต้บริเวณห้องน้ำสาธารณะในย่านภคีรัฐปุระ (Bhagirathpura) โดยน้ำเสียจากห้องน้ำได้ซึมเข้าสู่ระบบประปา ก่อนถูกส่งไปยังบ้านเรือนประชาชนจำนวนมาก
ตัวเลขผู้เสียชีวิตยังคลาดเคลื่อน
แม้ทางเทศบาลจะยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 10 ราย แต่ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าอาจมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 14–15 ราย ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขบางแห่งยังคงยืนยันตัวเลขต่ำเพียง 4 ราย ทำให้สถานการณ์ยังคงสับสนและถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
หนึ่งในกรณีที่สร้างความสะเทือนใจ คือการเสียชีวิตของทารกเพศชายวัย 6 เดือน ซึ่งครอบครัวเชื่อว่าได้รับเชื้อจากการดื่มนมที่ผสมน้ำประปาภายในบ้าน หลังเด็กมีอาการท้องร่วงอย่างรุนแรงก่อนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา

ครอบครัวปฏิเสธเงินเยียวยา
ครอบครัวของทารกรายดังกล่าวเปิดเผยว่า แม่ของเด็กเฝ้ารอการมีบุตรมานานถึง 10 ปี และจำเป็นต้องใช้น้ำประปาผสมนมผงให้ลูกดื่ม เนื่องจากน้ำนมไม่เพียงพอ ก่อนเกิดโศกนาฏกรรมในเวลาต่อมา ทั้งนี้ ครอบครัวได้ตัดสินใจปฏิเสธเงินเยียวยาจากรัฐบาลจำนวน 200,000 รูปี โดยระบุว่าเงินไม่อาจทดแทนชีวิตของลูกหลานได้
ผู้ป่วยพุ่งกว่า 2,400 ราย
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ภายในระยะเวลา 9 วัน พบผู้ป่วยที่มีอาการอาเจียนและท้องร่วงสะสมแล้วกว่า 2,450 ราย โดยมีผู้ป่วย 272 รายต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และในจำนวนนี้ 32 รายมีอาการวิกฤต ต้องดูแลในหอผู้ป่วยหนัก (ICU)
แม้ผลตรวจจากวิทยาลัยการแพทย์ในพื้นที่จะยืนยันว่าพบน้ำปนเปื้อนจริง แต่ทางการยังไม่ยืนยันแน่ชัดว่าเชื้อที่ก่อการระบาดเป็นอหิวาตกโรคหรือไม่ โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนและเร่งแก้ไขระบบน้ำประปาเพื่อควบคุมสถานการณ์