
รวมมาให้ 5 อาหาร "ห้ามกินคู่กับนม" เสี่ยงแน่นท้อง ย่อยยากกว่าที่คิด ถึงขั้นก่อนิ่วในไต!
ระวังไว้ดีกว่า 5 อาหาร "ไม่ควร" กินคู่กับนม เสี่ยงทำร้ายสุขภาพ ถึงขั้นก่อให้เกิดนิ่วในไต!
นม ถือเป็นหนึ่งในอาหารที่อุดมด้วยสารอาหาร ทั้งโปรตีน แคลเซียม วิตามิน D และสารอาหารจำเป็นอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเหมาะกับทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนป่วย หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนักและความสูง อย่างไรก็ตาม แม้นมจะมีประโยชน์เพียงใด แต่หากนำไปบริโภคร่วมกับอาหารบางชนิด อาจส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างคาดไม่ถึง ตั้งแต่ปัญหาระบบย่อยอาหาร ไปจนถึงความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 5 ประเภทอาหารที่ไม่ควรกินพร้อมนมหรือดื่มนมหลังจากกินทันที เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
1. นมกับผลไม้ที่มีกรดสูง
ผลไม้ที่มีกรดสูง เช่น ส้ม มะนาว สับปะรด หรือกีวี เมื่อกินร่วมกับนม อาจทำให้โปรตีนในนม (โดยเฉพาะเคซีน) จับตัวเป็นก้อน ส่งผลให้เกิดอาการแน่นท้อง ท้องอืด หรือปวดท้องได้
งานวิจัยในวารสาร Journal of Food Science ระบุว่า กรดจากผลไม้สามารถเปลี่ยนโครงสร้างโปรตีนในนม ทำให้ย่อยยากขึ้น และเสี่ยงต่อการเกิดปัญหากับระบบย่อยอาหาร โดยเฉพาะในผู้ที่มีระบบทางเดินอาหารอ่อนแอ
ควรเว้นระยะอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงระหว่างการกินผลไม้ที่มีกรดสูงกับการดื่มนม เช่น หากคุณดื่มน้ำส้มตอนเช้า ควรรออย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนดื่มนม
2. นมกับอาหารที่มีออกซาเลตสูง
ผักโขม ช็อกโกแลต หรือหัวบีตรูต ล้วนเป็นอาหารที่มีออกซาเลตสูง เมื่อรับประทานร่วมกับนมซึ่งมีแคลเซียมสูง อาจทำให้เกิดการจับตัวเป็นผลึกแคลเซียมออกซาเลตในไต และนำไปสู่การเกิดนิ่วในไต
The American Journal of Clinical Nutrition รายงานว่า การผสมผสานอาหารที่มีออกซาเลตกับนม ทำให้แคลเซียมในนมจับกับออกซาเลตในลำไส้ กลายเป็นผลึกไม่ละลายซึ่งอาจสะสมจนกลายเป็นนิ่วในไต
ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นนิ่วในไต หรือมีประวัติครอบครัวควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทั้งสองประเภทพร้อมกัน และควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยลดความเข้มข้นของสารในปัสสาวะ
3. นมกับอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง
แคลเซียมในนมอาจขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหาร เช่น ตับ เนื้อแดง หรือถั่ว โดยเฉพาะธาตุเหล็กจากพืช ซึ่งจะยิ่งลดการดูดซึมได้ถึง 50–60%
European Journal of Clinical Nutrition เผยว่า แคลเซียมสามารถลดการดูดซึมของธาตุเหล็กในอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง
ควรดื่มนมห่างจากมื้ออาหารที่มีธาตุเหล็กสูงอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้เต็มที่
4. นมกับอาหารทอดหรือของมัน
อาหารที่มีไขมันสูง เช่น ของทอด เมื่อกินร่วมกับนมซึ่งมีโปรตีนและไขมัน อาจทำให้กระบวนการย่อยเกิดความล่าช้า นำไปสู่อาการแน่นท้อง คลื่นไส้ หรือท้องอืด
วารสาร Journal of Gastroenterology ระบุว่า การบริโภคอาหารที่มีไขมันและโปรตีนสูงในเวลาเดียวกัน ทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหากระเพาะหรือลำไส้อ่อนแอ เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวน
หลีกเลี่ยงการดื่มนมทันทีหลังอาหารทอด ควรเลือกอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ธัญพืช หรือผักต้ม เพื่อจับคู่กับนมแทน
5. นมกับชา หรือกาแฟ
ชาและกาแฟมีสารแทนนินและคาเฟอีน ซึ่งสามารถจับกับแคลเซียมในนมและลดการดูดซึม ทำให้ร่างกายไม่ได้รับแคลเซียมอย่างเต็มที่
ผลการศึกษาใน Journal of Bone and Mineral Research ชี้ว่า การดื่มชาโดยเฉพาะชาเข้มข้น ร่วมกับนม อาจลดการดูดซึมแคลเซียมถึง 20–30% เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนในระยะยาว
ควรแยกเวลาระหว่างการดื่มนมกับชา/กาแฟ อย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากทั้งสองอย่างอย่างเต็มที่
ท้ายที่สุดอาจกล่าวได้ว่า แม้นมจะเป็นแหล่งสารอาหารที่ดีเยี่ยม แต่การดื่มนมผิดเวลา หรือจับคู่กับอาหารไม่เหมาะสม อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ตั้งแต่อาการไม่สบายท้อง ไปจนถึงนิ่วในไต ดังนั้น หากต้องการให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดจากการดื่มนม อย่าลืมเลือกอาหารที่เหมาะสม ไม่ควรกินพร้อมกันกับอาหารที่มีกรดสูง ออกซาเลต ธาตุเหล็กสูง ของทอด หรือชา/กาแฟ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
- หมอเฉลย นมชนิดใดคือ "พลังเงียบ" ช่วยคุมน้ำตาล-ต้านอักเสบ เปิดสวิตช์เผาผลาญไขมัน!!!
- กินจืดเกินไปเร่งความชรา! แพทย์ญี่ปุ่นแนะเครื่องดื่ม “วันละแก้ว” ช่วยยืดอายุ-ลดสมองเสื่อม