สาววัย 30 ป่วยระยะสุดท้ายไม่รู้ตัว มีแค่ 1 อาการผิดปกติ ต้องฟอกไตตลอดชีวิต
สาวอายุแค่ 30 ไตวายระยะสุดท้าย มีแค่ 1 อาการผิดปกติ ชีวิตที่เหลือต้องอยู่กับเครื่องฟอกไต
เกือบ 10 ปีแล้วที่ หญิงชาวฮานอย ต้องผูกพันอยู่กับเครื่องฟอกไต แต่เธอยังจำได้ไม่ลืมวันที่ได้รับผลตรวจว่าเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
ตอนนั้นเธอเพิ่งอายุ 30 ปี มีเพียงอาการเหนื่อยล้าอย่างผิดปกติจนแทบหมดแรง จึงตัดสินใจไปตรวจสุขภาพ ผลที่ได้ทำให้เธอช็อกทันที ไตถูกทำลายอย่างรุนแรง และแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
“ฉันไม่คิดเลยว่าคนหนุ่มสาวอย่างฉันจะป่วยหนักขนาดนี้ ตอนฟังผล ฉันรู้สึกสิ้นหวังและสับสนมาก” เธอเล่า
จากนั้น ชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนไป เริ่มต้นการฟอกไตในวัยที่เต็มไปด้วยความฝันและแผนการ “หลายสิ่งที่อยากทำต้องพับเก็บไว้ หลายความฝันต้องปล่อยวาง แล้วเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริง” เธอกล่าวอย่างเศร้าสร้อย
ปัจจุบันสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เธอต้องไปฟอกไตที่โรงพยาบาล Đức Giang General Hospital ภาระไม่เพียงแค่ร่างกายที่อ่อนล้า แต่ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายมหาศาล
สิ่งที่ทำให้เธอมีแรงเดินต่อคือการอยู่เคียงข้างของครอบครัว สามีช่วยแบ่งเบางานบ้านและเลี้ยงลูกแทน พ่อแม่และพี่น้องให้กำลังใจและสนับสนุนทั้งทางการเงินและจิตใจ
“สิ่งที่เคยทำได้ ตอนนี้ทำไม่ได้ แต่ทุกคนพร้อมจะช่วย ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นและไม่โดดเดี่ยว” เธอกล่าวทั้งน้ำตา
ปัจจุบัน เธอเลือกมองหาความสุขจากสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารอบอุ่นกับครอบครัว เสียงหัวเราะของลูก หรือแค่การที่ร่างกายแข็งแรงกว่าปกติในบางวัน ทุกช่วงเวลาที่ได้อยู่กับคนที่รัก กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เธอสู้ต่อไป
เธอยอมรับว่าเสียดายที่ไม่ดูแลสุขภาพตั้งแต่ยังแข็งแรง และอยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ให้ใส่ใจสุขภาพมากกว่านี้

โรคไตวายเรื้อรัง กำลังคุกคามคนหนุ่มสาวมากขึ้น
ข้อมูลจากแผนกโรคไตและฟอกไต โรงพยาบาล Đức Giang ระบุว่า ใน 9 เดือนแรกของปี 2025 มีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายเข้ารับการรักษา 26 ราย ในจำนวนนี้ 17 รายอายุต่ำกว่า 50 ปี ซึ่งเพิ่มมากขึ้นจากปีที่แล้วตัวเลขนี้สะท้อนว่าโรคที่เคยพบในผู้สูงอายุกำลังแพร่สู่คนอายุน้อยมากขึ้น
นพ. เหงียน วัน เตวียน หัวหน้าแผนกโรคไตและฟอกไต โรงพยาบาล Đức Giang เปิดเผยว่า “ผู้ป่วยหลายรายอายุต่ำกว่า 40 ปี และตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพประจำปีหรือตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน สิ่งนี้สะท้อนวิถีชีวิตที่ไม่ดีต่อสุขภาพ กำลังส่งผลโดยตรงต่อคนหนุ่มสาว”
พฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงไตเสื่อมในวัยรุ่น เช่น นอนดึก กินอาหารแปรรูปบ่อย ดื่มน้ำอัดลมและแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือมีโรคประจำตัวอย่างความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
ยิ่งไปกว่านั้น อาการเริ่มแรกของโรคไตมักไม่ชัดเจน เช่น อ่อนเพลีย บวมเล็กน้อยที่เปลือกตา หรือปัสสาวะเป็นฟองมาก ทำให้หลายคนละเลย จนกว่าจะตรวจพบในระยะท้าย
โรคไตวายไม่เพียงคุกคามชีวิต แต่ยังบังคับให้ผู้ป่วยต้องฟอกไตตลอดชีวิต หากไม่ได้รับการปลูกถ่ายไต และยังสร้างภาระหนักทั้งด้านการเงินและจิตใจแก่ครอบครัว
นพ. เตวียนย้ำว่า “การตรวจพบเร็วและการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต คือกุญแจสำคัญในการควบคุมโรค การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ นอนหลับเพียงพอ ลดแอลกอฮอล์ ดื่มน้ำมาก ๆ และตรวจสุขภาพประจำปี จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก”