พีคมาก! หนุ่มส่งเงินกลับบ้าน 5 ปี เมียไม่ใช้สักบาท เปิดตู้เซฟถึงรู้ "ซื้ออะไร" ร้องไห้เลย
หนุ่มทำงานไกล ส่งเงินให้เมียเดือนละ 4 หมื่น กลับบ้านเปิดตู้เซฟเจอ "ความลับ" ถึงกับเข่าทรุด
เรื่องราวสุดประทับใจของหนุ่มสู้ชีวิตที่ต้องจากบ้านไปทำงานต่างถิ่น เพื่อส่งเงินกลับมาจุนเจือครอบครัว เขาโหมงานหนักและส่งเงินให้ภรรยาทุกบาททุกสตางค์ แต่เมื่อกลับบ้านมาเปิด ตู้เซฟ เพื่อหาเอกสาร เขากลับพบ "ความลับ" บางอย่างที่ภรรยาซ่อนไว้ ซึ่งเปลี่ยนความรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นน้ำตาแห่งความตื้นตันใจทันที
การเสียสละเพื่อครอบครัว และความไว้ใจที่มีให้ภรรยา
หลินเฮ่า ชายหนุ่มผู้ตัดสินใจลาจากบ้านเกิดในชนบท เดินทางเข้าสู่เมืองกวางโจว ประเทศจีน เพื่อหางานทำหลังจากลูกคนแรกคลอดได้เพียง 4 เดือน เขาจำเป็นต้องทิ้งให้ ฉินหยู ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากดูแลบ้านและลูกเพียงลำพัง เพราะค่าครองชีพในเมืองใหญ่นั้นสูงเกินกว่าจะย้ายไปอยู่ด้วยกันทั้งครอบครัวได้
ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา หลินเฮ่าทำงานในโรงงานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่างหนัก เข้ากะเช้าต่อกะดึกเพื่อแลกกับรายได้ที่ดี เขาประหยัดอดออมและส่งเงินกลับบ้านเฉลี่ยเดือนละ 9,500 หยวน (ประมาณ 46,000 บาท) โดยไม่เคยถามซอกแซกเรื่องการใช้จ่าย เพราะเชื่อใจภรรยาอย่างเต็มร้อยว่าเธอจะจัดการทุกอย่างได้ดี
การกลับบ้านกะทันหัน และความลับในตู้เซฟ
เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หลินเฮ่าทำเอกสารสำคัญหายที่กวางโจว จึงต้องรีบเดินทางกลับบ้านเกิดด่วนเพื่อทำเรื่องขอเอกสารใหม่โดยไม่ได้บอกภรรยา เมื่อไปถึงบ้านเขาไม่พบใคร ลูกไปโรงเรียน ส่วนภรรยาคาดว่าน่าจะออกไปรับจ้างเกี่ยวข้าว เขาจึงส่งข้อความทิ้งไว้สั้นๆ ว่า "ผมกลับมาทำเอกสาร ต้องรีบไปรีบกลับ เลยซื้อของเล่นมาฝากลูกแค่นั้นนะ"
หลังจากนั้นเขารีบเข้าไปในห้องนอนเพื่อเปิดตู้เซฟหวังจะหยิบเอกสารทะเบียนบ้านและทะเบียนสมรส แต่เมื่อประตูตู้เซฟเปิดออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำให้เขาถึงกับยืนนิ่ง มันไม่ใช่แค่กองเงินสด แต่คือ "โฉนดที่ดิน" 2 ฉบับ ที่ระบุชื่อของเขาและภรรยา เป็นที่ดินผืนงามในหมู่บ้าน ขนาด 40 ตารางวา และ 55 ตารางวา
ความจริงที่ทำให้น้ำตาของผู้ชายไหลออกมา
หลินเฮ่าเก็บความสงสัยไว้จนกระทั่งทำธุระเสร็จและกลับมาทำงาน เช้าวันรุ่งขึ้นเขาจึงโทรศัพท์หาฉินหยูเพื่อถามไถ่ความจริง คำตอบที่ได้ทำเอาเขาจุกในอก ภรรยาเล่าว่า "ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เงินที่คุณส่งมาฉันไม่ได้ใช้เลยสักบาท ฉันเอามันไปซื้อทองเก็บสะสม พอราคาทองขึ้นก็ขายมาซื้อที่ดิน ส่วนค่ากินอยู่รายวัน ฉันรับจ้างทั่วไปก็พอเลี้ยงสองแม่ลูกได้"
ฉินหยูเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ถ้าเราเอาแต่ใช้เงินที่คุณหามา ชีวิตเราก็คงย่ำอยู่กับที่ การที่ครอบครัวต้องแยกกันอยู่มันทรมาน ฉันเลยอยากเก็บเงินสร้างฐานะ เพื่อที่เราจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันเร็วๆ"
บทสรุปของความรักและความอดทน
คำพูดของภรรยาทำให้หลินเฮ่ากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เขาเพิ่งตระหนักว่าภรรยาของเขาไม่ได้เป็นแค่แม่บ้าน แต่คือคู่ชีวิตที่มองการณ์ไกลและยอมลำบากเพื่ออนาคต ทั้งคู่สัญญากันว่าจะอดทนทำงานอีกเพียง 2 ปี เพื่อเก็บเงินสร้างบ้านและเปิดโรงงานเล็กๆ เป็นของตัวเอง ตามความฝันที่จะได้อยู่ร่วมกันพ่อแม่ลูก
หลินเฮ่าโพสต์ระบายความในใจลงในโซเชียลมีเดียทิ้งท้ายไว้อย่างน่าประทับใจว่า "ผมอาจจะเป็นคนหาเงินเข้าบ้าน แต่ภรรยาต่างหากที่เป็นเสาหลักทางจิตใจและอนาคตของผมอย่างแท้จริง" เรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า หากสามีภรรยาร่วมแรงร่วมใจ ต่อให้อุปสรรคใหญ่แค่ไหนก็ผ่านไปได้อย่างแน่นอน
