เนื้อหาในหมวด ข่าว

เตือนลูกหลาน! เผยช่วงเวลา \

เตือนลูกหลาน! เผยช่วงเวลา "อันตรายที่สุด" ของวัน ไม่ควรใช้มือถือ เสียทั้งสุขภาพกาย-จิต

เผยช่วงเวลาอันตรายที่สุดของวัน “ไม่ควร” ใช้โทรศัพท์ ไม่ใช่แค่ส่งผลต่อร่างกาย แต่ยังเสียสุขภาพจิตด้วย!

การใช้โทรศัพท์ก่อนนอนเป็นนิสัยของหลายคน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นช่วงเวลาที่การใช้โทรศัพท์อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้อย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อผู้ใช้ใช้โทรศัพท์มากเกินไป แล้วเวลาที่อันตรายที่สุดของวันที่ “ไม่ควรใช้โทรศัพท์” คือเมื่อไหร่?

จากข้อมูลของ The Independent การวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ สกอตแลนด์ แสดงให้เห็นว่าการใช้โทรศัพท์ช่วงดึกๆ โดยเฉพาะหลัง 22.00 น. อาจทำให้เกิดปัญหากับคุณภาพการนอนหลับหรือสุขภาพจิตได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับความสำคัญของ จังหวะการเต้นของหัวใจในร่างกายมนุษย์ที่มีต่อสุขภาพและความผิดปกติทางอารมณ์ การศึกษานี้ดำเนินการกับอาสาสมัครมากกว่า 91,000 คน ที่มีอายุระหว่าง 37-73 ปีทั่วยุโรป

ผู้เข้าร่วมจะถูกขอให้สวมอุปกรณ์ตรวจวัดเป็นเวลา 7 วันเพื่อบันทึกกิจกรรมของตน และตอบแบบสอบถามเพื่อประเมินอาการของโรคจิตประเภท การทำงานของการรับรู้ และความสุข หลังจากเปรียบเทียบผลลัพธ์กับประวัติสุขภาพจิตของผู้เข้าร่วม

โดยนักวิจัยพบว่า ผู้ที่มีความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ มีแนวโน้มที่จะมีความผิดปกติทางอารมณ์ มากกว่าผู้ที่ไม่มีวงจรการนอนหลับ/ตื่นตามปกติถึง 6-10%

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ร่างกายของเราทำงานตามนาฬิกาชีวภาพ โดยปกติแล้วจะตื่นเมื่อมีแสงแดด และหลับไปในเวลากลางคืนเพื่อฟื้นฟูพลังงาน ดังนั้นจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดีคือ ต้องเคลื่อนไหวในตอนกลางวัน และเคลื่อนไหวน้อยลงในเวลากลางคืน

สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติของนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย ได้แก่ ตื่นตัวในเวลากลางคืน หรือเคลื่อนไหวน้อยในระหว่างวัน คือผู้ที่นอนดึก หรือทำงานกะกลางคืน มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความผิดปกติทางอารมณ์ มักจะรู้สึกโดดเดี่ยวและมีความสุขน้อยลง

Daniel Smith ศาสตราจารย์สาขาจิตเวชศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ กล่าวว่า "การศึกษาครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยพิสูจน์ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างจังหวะการเต้นของหัวใจกับอารมณ์ของมนุษย์ "

ศาสตราจารย์แนะนำว่าไม่ควรใช้สมาร์ทโฟนตอนดึก โดยเฉพาะก่อนนอน เนื่องจากแสงจากโทรศัพท์เป็นแหล่งกำเนิดแสงที่แรง จะทำให้สมองของเราสับสนระหว่างกลางวันและกลางคืน

ซึ่งไม่เพียงแต่เปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจตามปกติของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังส่งผลให้สมองส่งสัญญาณให้หยุดหลั่งเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายนอนหลับได้ง่าย การขาดฮอร์โมนเมลาโทนินอาจทำให้เกิดอาการทางสุขภาพที่ไม่ดีได้

การนอนไม่หลับทำให้เหนื่อยและตื่นขึ้นในวันรุ่งขึ้นได้ยากขึ้น ที่สำคัญคือยังทำให้เสียสมาธิและลดประสิทธิภาพการทำงานอีกด้วย ภาวะที่ยืดเยื้อนี้ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมเท่านั้น แต่ยังรบกวนชีวิตประจำวันอีกด้วย 

ชายวัย 56 ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร  หมอดูภาพตู้เย็น เห็น 4 อาหารแล้วหายสงสัย

ชายวัย 56 ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร หมอดูภาพตู้เย็น เห็น 4 อาหารแล้วหายสงสัย

ชายวัย 56 ปี ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร หมอเห็นรูปตู้เย็นที่บ้านแล้วถอนหายใจ 4 อาหารค้างในตู้เย็นที่กลายเป็น “ผู้ช่วย” ของเซลล์มะเร็ง

รู้แล้วเปลี่ยนชีวิต! กิจวัตรเล็กๆ ตื่นมาทำแล้ว \

รู้แล้วเปลี่ยนชีวิต! กิจวัตรเล็กๆ ตื่นมาทำแล้ว "ไตแกร่ง" หนีโรคได้ง่ายๆ ไม่ต้องกินเสริมแพง

ไม่อยากเป็นโรคไต เริ่มดูแลตั้งแต่ตื่นนอน ทำ 6 กิจวัตรยามเช้าเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ต้องเสียเงินสักบาท ไตดีขึ้นแน่นอน!

พ่อสามีมาเยี่ยมบ้านแล้วทิ้งกล่องไว้ ลูกสะใภ้ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นของข้างใน

พ่อสามีมาเยี่ยมบ้านแล้วทิ้งกล่องไว้ ลูกสะใภ้ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นของข้างใน

พ่อตามาเยี่ยมบ้าน ก่อนเดินทางกลับทิ้งกล่องเล็ก ๆ ไว้ให้ ลูกสะใภ้เปิดกล่องดู ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่เมื่อเห็นของข้างใน

หลุดแชทลับ ครูวัย 40 กับนักเรียนหญิงวัย 16 พ่อแม่เห็นบทสนทนาถึงกับใจสลาย

หลุดแชทลับ ครูวัย 40 กับนักเรียนหญิงวัย 16 พ่อแม่เห็นบทสนทนาถึงกับใจสลาย

ชายวัย 40 ปี ครูประจำโรงเรียน มีสัมพันธ์ลับกับนักเรียนหญิงวัย 16 ปี บทสนทนาล่อแหลมถูกเผยแพร่ พ่อแม่ถึงกับช็อก